← บทความทั้งหมด9 นาที
Knowledge3 เมษายน 2569

ทำไมทองคำถึงราคาขึ้นลง? 4 ปัจจัยที่ต้องรู้

เจาะลึก 4 ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาทองคำโลกขึ้นและลง ทั้งดอลลาร์ เงินเฟ้อ สงคราม และธนาคารกลาง พร้อมวิธีเทรดทองคำ 24/7 ผ่าน SiamDEX ไม่ต้อง KYC

ทำไมทองคำถึงราคาขึ้นลง? 4 ปัจจัยที่ต้องรู้

ทองคำคืออะไร ทำไมนักลงทุนทั่วโลกถึงยังสนใจในปี 2026?

ถ้าพูดถึงสินทรัพย์ที่มนุษย์ถือครองมาตลอดหลายพันปี ทองคำคงเป็นอันดับหนึ่งในใจใครหลายคน ตั้งแต่อียิปต์โบราณ จนถึงนักลงทุนสถาบันในปี 2026 ทองยังคงบทบาทสำคัญในฐานะ สินทรัพย์หลบภัย (Safe Haven Asset) ที่คนแห่ถือในยามวิกฤต

แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ราคาทองคำมันขึ้นลงตามอะไรกันแน่? ทำไมบางทีตลาดหุ้นดี แต่ทองกลับลง? หรือทำไมช่วงสงครามทองถึงพุ่ง? บทความนี้จะเจาะลึก 4 ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำโลก พร้อมอธิบายให้เข้าใจง่ายแบบที่เพื่อนเล่าให้ฟัง

และที่สำคัญ ถ้าคุณอยากได้กำไรจากการเคลื่อนไหวของทองคำ ตอนนี้ทำได้ง่ายกว่าเดิมมากผ่าน SiamDEX บน Hyperliquid โดยไม่ต้องซื้อทองจริง ไม่ต้องเปิดบัญชีโบรกเกอร์ และไม่ต้อง KYC แต่เดี๋ยวค่อยพูดถึงตอนท้ายครับ

ปัจจัยที่ 1 — ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) แข็งหรืออ่อน

นี่คือปัจจัยที่นักเทรดมืออาชีพจับตามองมากที่สุด เพราะทองคำโลกมีราคาเป็น ดอลลาร์สหรัฐ (USD) อยู่เสมอ ดังนั้นจึงมีความสัมพันธ์แบบ Inverse (ตรงข้ามกัน) กับค่าเงินดอลลาร์อย่างชัดเจน

ลองนึกภาพง่ายๆ แบบนี้ครับ สมมติว่าคุณเป็นนักลงทุนญี่ปุ่นที่ถือเงินเยน และอยากซื้อทองคำที่ราคาเป็นดอลลาร์ ถ้าดอลลาร์อ่อนค่าลง นักลงทุนจากทั่วโลกที่ถือสกุลเงินอื่นจะต้องจ่ายเงินน้อยลงในการซื้อทองคำปริมาณเท่าเดิม ความต้องการซื้อก็เพิ่มขึ้น ราคาทองก็พุ่งตามไปด้วย

ในทางกลับกัน เมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ทองคำก็แพงขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ความต้องการลดลง ราคาก็มักจะดิ่งลง

  • ดอลลาร์อ่อน → ทองมักขึ้น เพราะซื้อง่ายขึ้นสำหรับนักลงทุนทั่วโลก
  • ดอลลาร์แข็ง → ทองมักลง เพราะแพงขึ้นสำหรับคนที่ถือสกุลเงินอื่น
  • ติดตาม DXY (US Dollar Index) ไว้เสมอ เพราะมักเคลื่อนไหวสวนทางทองคำ

ในช่วงปี 2026-2026 ที่ Fed กำลังประเมินนโยบายดอกเบี้ยใหม่อีกครั้ง ความเคลื่อนไหวของดอลลาร์จึงส่งผลต่อทองคำโดยตรงทุกครั้งที่มีการประกาศนโยบาย ถ้าดอกเบี้ยลด ดอลลาร์มักอ่อน ทองก็มักพุ่งตาม

ปัจจัยที่ 2 — เงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ยของ Fed

ปัจจัยนี้เชื่อมกับข้อแรกอย่างแยกกันไม่ออก เพราะ Fed (ธนาคารกลางสหรัฐ) คือผู้กำหนดดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลต่อดอลลาร์และทองคำโดยตรง

ลองเข้าใจแบบนี้ครับ ทองคำ ไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีปันผล ถ้าคุณถือทองไว้ 1 ปี คุณได้กำไรแค่จากราคาที่เปลี่ยนแปลง แต่ถ้าคุณฝากเงินหรือซื้อ US Treasury Bond คุณได้ดอกเบี้ยด้วย ดังนั้น:

  • ดอกเบี้ยสูง → ถือ Bond ดีกว่า → คนขายทอง → ราคาทองลง
  • ดอกเบี้ยต่ำ → Bond ให้ผลตอบแทนน้อย → คนหันมาถือทองแทน → ราคาทองขึ้น

ส่วนเรื่องเงินเฟ้อ ทองคำถูกมองว่าเป็น Inflation Hedge มาตลอด เพราะเงินกระดาษที่รัฐบาลพิมพ์เพิ่มเรื่อยๆ อาจเสื่อมค่าลง แต่ทองคำมีปริมาณจำกัดในโลก ยิ่งเงินเฟ้อสูง ยิ่งมีคนหนีมาถือทอง

ช่วงปี 2021-2022 ที่เงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบ 40 ปีในสหรัฐ ราคาทองก็ขึ้นมาแตะระดับสูงสุดเช่นกัน และในปี 2026-2026 ที่มีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจาก supply chain disruption และราคาพลังงานสูง ทองก็กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง

ปัจจัยที่ 3 — ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และวิกฤตโลก

นี่คือปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองแบบ ฉับพลันและรุนแรงที่สุด ทุกครั้งที่โลกมีข่าวร้าย ไม่ว่าจะเป็นสงคราม วิกฤตการเงิน หรือความตึงเครียดระหว่างประเทศ นักลงทุนทั่วโลกจะแห่ขายสินทรัพย์เสี่ยง (หุ้น crypto) และหันมาซื้อทองคำทันที

เราเห็นปรากฏการณ์นี้ชัดเจนหลายครั้ง:

  • วิกฤต COVID-19 ปี 2020 ราคาทองพุ่งขึ้นทำ All-Time High ที่ $2,075 ต่อ troy ounce
  • สงครามรัสเซีย-ยูเครน ปี 2022 ทองพุ่งขึ้นกว่า 10% ในไม่กี่สัปดาห์
  • ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ปี 2024-2026 ทองทำ ATH ใหม่กว่า $3,000 ต่อ troy ounce

ทำไมถึงเป็นแบบนี้? เพราะทองคำคือสินทรัพย์ที่ ไม่มีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Default Risk) ต่างจากหุ้นที่บริษัทอาจล้มละลาย หรือ Bond ที่รัฐบาลอาจผิดนัดชำระ ทองคำ 1 ออนซ์ยังคงเป็นทอง 1 ออนซ์เสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ในปี 2026 ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนยังคงมองทองคำเป็น Safe Haven ที่สำคัญ และช่วยพยุงราคาทองไว้ในระดับสูง

ปัจจัยที่ 4 — การซื้อสะสมของธนาคารกลางทั่วโลก

ปัจจัยนี้เป็น Game Changer ที่หลายคนมองข้ามครับ ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะ จีน รัสเซีย อินเดีย และตุรกี ต่างพยายามลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐในทุนสำรองระหว่างประเทศ และหันมาซื้อสะสมทองคำแทน

ตัวเลขจาก World Gold Council ระบุว่าธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิมากกว่า 1,000 ตันต่อปี ติดต่อกันหลายปี โดยจีนและอินเดียเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุด

  • ธนาคารกลางจีน (PBOC) เพิ่มทุนสำรองทองคำต่อเนื่อง เพื่อลด exposure ต่อดอลลาร์
  • ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ซื้อทองเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ในปี 2023-2024
  • ธนาคารกลางโปแลนด์และฮังการี ก็เพิ่ม gold reserve อย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อผู้เล่นรายใหญ่ระดับประเทศแห่ซื้อทองพร้อมกัน demand ก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทองคำทำ All-Time High ใหม่ในปี 2024-2026

นอกจากธนาคารกลางแล้ว ยังมีอีกปัจจัยย่อยที่ควรรู้คือ อุปสงค์จากอุตสาหกรรมและเครื่องประดับ โดยเฉพาะในอินเดียและจีนที่มีวัฒนธรรมการซื้อทองในช่วงเทศกาล ซึ่งส่งผลต่อราคาทองในระยะสั้นได้เช่นกัน

เชื่อมกับคนไทย — เทรดทองคำผ่าน SiamDEX ได้ยังไง?

พอเข้าใจปัจจัยทั้ง 4 แล้ว คำถามต่อมาคือ แล้วคนไทยอย่างเราจะใช้ประโยชน์จากความเคลื่อนไหวของทองคำได้ยังไงบ้าง?

วิธีดั้งเดิมที่คนไทยรู้จักคือไปซื้อทองที่ร้านทอง ซึ่งมีข้อเสียหลายอย่างทั้ง ค่ากำเหน็จ 1-2% ทำให้เสียตั้งแต่วินาทีที่ซื้อ ต้องเก็บรักษา เปิดปิดตามเวลาร้าน และที่สำคัญคือ ทำกำไรได้แค่ตอนราคาขึ้น ถ้าราคาลงก็ทำได้แค่ถือ

แต่ตอนนี้มีวิธีที่ดีกว่ามากสำหรับคนที่อยากเทรดทองคำ นั่นคือการเทรด GOLD บน Hyperliquid HIP-3 ผ่าน SiamDEX

  • เทรดได้ 24/7 ไม่มีวันหยุด ไม่ต้องรอร้านทองเปิด แม้แต่ตีสามก็เทรดได้ถ้าข่าวออก
  • ค่าธรรมเนียมถูกกว่าร้านทองมาก แค่ 0.035% ต่อ trade เทียบกับค่ากำเหน็จ 1-2% ที่ร้านทอง
  • ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ถ้าคิดว่าทองจะลง เปิด Short ได้เลย ร้านทองทำแบบนี้ไม่ได้
  • ใช้ Leverage ได้ ขยายขนาด position ให้ใหญ่กว่าเงินทุนที่มี เพิ่มโอกาสกำไรในช่วงทองขยับแรง
  • ไม่มี KYC เชื่อม MetaMask แล้วเทรดได้เลย ไม่ต้องยืนยันตัวตน
  • กำไรเป็น USDC ถอนเข้า Bitkub แล้วขายเป็นบาทได้ทันที

วิธีเริ่มต้นง่ายมาก ซื้อ USDC จาก Bitkub → โอนเข้า MetaMask บน Arbitrum → Deposit เข้า SiamDEX → เลือก GOLD จาก tab HIP-3 แล้วเทรดได้เลย ทั้งกระบวนการใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงในการตั้งค่าครั้งแรก

สรุป — เมื่อไหร่ควรจับตาราคาทองคำ?

จำ 4 ปัจจัยนี้ไว้ แล้วติดตามข่าวสารให้สม่ำเสมอ คุณก็จะมีความได้เปรียบในการเทรดทองคำมากขึ้นอย่างแน่นอน

  • จับตา Fed Meeting ทุกครั้งที่มีประชุม FOMC หรือ Powell ออกมาพูด ราคาทองมักขยับแรง ถ้า Fed ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ทองมักขึ้น
  • จับตา DXY (Dollar Index) ถ้า DXY ร่วง ทองมักขึ้น ถ้า DXY พุ่ง ทองมักลง ดูคู่กันเสมอ
  • จับตาข่าวภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม ความตึงเครียดระหว่างประเทศ วิกฤตการเงิน ทองมักวิ่งขึ้นแรงทันที
  • จับตา CPI (ตัวเลขเงินเฟ้อ) ออกทุกเดือน ถ้าสูงกว่าคาด ทองมักขึ้น เพราะคนกลัวเงินเฟ้อ
  • จับตาข่าวธนาคารกลาง ถ้าจีนหรืออินเดียประกาศซื้อทองเพิ่ม demand พุ่งแน่นอน

ทองคำไม่ใช่สินทรัพย์ที่เหมาะกับการเก็งกำไรระยะสั้นแบบ memecoin แต่สำหรับนักลงทุนที่เข้าใจ macro และติดตามปัจจัยทั้ง 4 นี้ได้ ทองคำเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่คาดการณ์ได้ดีที่สุดในตลาด

และตอนนี้คนไทยไม่จำเป็นต้องวิ่งไปร้านทองอีกต่อไป SiamDEX ให้คุณเข้าถึงตลาดทองคำโลกได้ทุกเวลา ทุกที่ ด้วยค่าธรรมเนียมต่ำที่สุด และกำไรที่ได้ก็เป็น USDC ที่ถอนกลับเป็นบาทได้ทันทีครับ

เขียนโดย

ทีม SiamDEX
ทีม SiamDEXทีมวิเคราะห์และเนื้อหา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน DeFi และตลาดการเงินของ SiamDEX ที่มีประสบการณ์เทรด crypto และสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่า 5 ปี

DeFiCrypto TradingPerpetual FuturesTechnical Analysis
@siamdex

ก่อนเริ่มเทรด

เพิ่มความรู้ให้ตัวเองก่อน

นักเทรดที่ดีต้องรู้ก่อนลงมือ อ่านบทความและข่าวล่าสุดเพื่อตัดสินใจอย่างมีข้อมูล

💡

เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จมักใช้เวลา 80% ศึกษาตลาด และ 20% เทรดจริง อย่าเร่งรีบ

พร้อมเริ่มเทรดแล้วหรือยัง?

เริ่มต้นได้เลยหรืออ่านคู่มือก่อน

วิธีเทรด

และอีก 200+ รายการ

สินทรัพย์ที่น่าสนใจ

BTCBitcoin (BTC)ETHEthereum (ETH)SOLSolana (SOL)HYPEHyperliquid (HYPE)PAXGทองคำ (PAXG) (PAXG)XRPXRP (XRP)DOGEDogecoin (DOGE)FARTCOINFartcoin (FARTCOIN)ZECZcash (ZEC)TAOBittensor (TAO)XPLPlasma (XPL)PUMPPump.fun (PUMP)KPEPEPepe (1000x) (KPEPE)SUISui (SUI)VVVVenice Finance (VVV)ALGOAlgorand (ALGO)LITLitentry (LIT)LINKChainlink (LINK)ADACardano (ADA)MONMonad (MON)JUPJupiter (JUP)ENAEthena (ENA)AVAXAvalanche (AVAX)ZROLayerZero (ZRO)BLURBlur (BLUR)AAVEAave (AAVE)BNBBNB (BNB)CRVCurve Finance (CRV)XMRMonero (XMR)NEARNEAR Protocol (NEAR)ASTERAster (ASTER)WLDWorldcoin (WLD)UNIUniswap (UNI)BCHBitcoin Cash (BCH)SEISei (SEI)APTAptos (APT)LTCLitecoin (LTC)LDOLido DAO (LDO)WLFIWorld Liberty Financial (WLFI)ARBArbitrum (ARB)XLMStellar (XLM)VIRTUALVirtuals Protocol (VIRTUAL)TRUMPOfficial Trump (TRUMP)FETFetch.ai (ASI) (FET)MORPHOMorpho (MORPHO)HEMIHemi Network (HEMI)DOTPolkadot (DOT)ONDOOndo Finance (ONDO)WIFdogwifhat (WIF)PENGUPudgy Penguins (PENGU)SPXSPX6900 (SPX)KBONKBonk (1000x) (KBONK)DYDXdYdX (DYDX)TRXTRON (TRX)STRKStarknet (STRK)IPStory Protocol (IP)RENDERRender Network (RENDER)AIXBTAIXBT by Virtuals (AIXBT)AEROAerodrome Finance (AERO)CHILLGUYJust a Chill Guy (CHILLGUY)0G0G (ZeroGravity) (0G)2ZDoubleZero (2Z)ACEACE (Fusionist) (ACE)APEApeCoin (APE)AXSAxie Infinity (AXS)BIOBio Protocol (BIO)BLASTบลาสต์ (BLAST)BOMEBook of Meme (BOME)CFXConflux (CFX)BRENTOILน้ำมัน Brent (BRENTOIL)GOLDทองคำ (GOLD) (GOLD)SILVERเงิน (Silver) (SILVER)NVDANVIDIA (NVDA)AAPLApple (AAPL)TSLATesla (TSLA)SP500S&P 500 (SP500)CLน้ำมัน WTI (CL) (CL)XYZ100XYZ100 Index (XYZ100)SNDKSanDisk (Western Digital) (SNDK)CRCLCircle (CRCL)MUMicron Technology (MU)INTCIntel (INTC)NATGASก๊าซธรรมชาติ (NATGAS)EURยูโร / ดอลลาร์ (EUR)PLATINUMแพลทินัม (PLATINUM)COINCoinbase (COIN)EWYเกาหลีใต้ ETF (EWY)JPYเยน / ดอลลาร์ (JPY)GOOGLAlphabet (Google) (GOOGL)HOODRobinhood (HOOD)PLTRPalantir (PLTR)COPPERทองแดง (COPPER)MSTRMicroStrategy (MSTR)METAMeta (Facebook) (META)MSFTMicrosoft (MSFT)CRWVCoreWeave (CRWV)AMZNAmazon (AMZN)SKHXSK Hynix (SKHX)NFLXNetflix (NFLX)AMDAMD (AMD)LLYEli Lilly (LLY)USARดัชนีหุ้นสหรัฐ (USAR)TSMTaiwan Semiconductor (TSM)ORCLOracle (ORCL)EWJญี่ปุ่น ETF (EWJ)RIVNRivian (RIVN)BABAAlibaba (BABA)SMSNSamsung Electronics (SMSN)